วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563

ข้าวยำ จ.นราธิวาส



ข้าวยำ จ.นราธิวาส


ข้าวยำทำจากข้าวที่เรารับประทานกันประจำวันนี้เอง แต่เพิ่มการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อย เพื่อให้ข้าวเหล่านั้นมีสีสันและรสชาติที่น่ารับประทานมากขึ้น ในข้าวยำจะมีผักรับประทานกับข้าวยำเรียกผักหมวด ผักที่นิยมนำมาทำเป็นผักหมวด ได้แก่ ถั่วฝักยาว ถั่วงอก ตะไคร้ กระถิน ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักบุ้ง ใบยอ ถั่วพู และพาโหม ราดด้วยน้ำบูดู
ปัจจุบันมีการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารมากขึ้นทั้งการเพิ่มข้าวสีต่างๆจากการปรุงกับดอกไม้และสมุนไพรหลายชนิด เพิ่ม ดอกดาหลา และดอกไม้ทานได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าในการผลิตขึ้นก็มีการบรรจุน้ำบูดูปรุงรสออกจำหน่ายไปทั้งในและนอกประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีข้าวยำในประเทศเกาหลีที่มีลักษณะการทำและปรุงรสใกล้เคียงกับข้าวยำในบ้านเรา

ปลากุเลาเค็ม ของดีเมืองนราฯ



   ปลากุเลาเค็ม ของดีเมืองนราฯ


สำหรับต้นกำเนิดของปลากุเลาตากใบนั้น มาจากชาวจีนโพ้นทะเล(ในอดีต)ที่อพยพมาทำมาหากินที่ตลาดเจ๊ะเห อำเภอตากใบ เห็นว่าที่นี่มีปลากุเลาชุกชุม จึงริเริ่มทำปลากุเลาเค็มขึ้น เมื่อทำออกมาแล้วมีรสชาติอร่อย ผู้คนจำนวนมากกินแล้วติดอกติดใจ ชื่อของปลากุเลาเค็มที่นี่จึงเป็นที่ขจรไกล เกิดเป็นที่มาของชื่อ“ปลากุเลาตากใบ”ขึ้นมานับจนถึงปัจจุบัน

ปลากุเลาตากใบ ปลาที่คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน

แหล่งที่มา ⟼https://mgronline.com/travel/detail/9570000103053

วัดชลธาราสิงเห



วัดชลธาราสิงเห

วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) ตั้งอยู่ที่ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ มีจุดเด่นที่สวยงามโดยอาคารสถาปัตยกรรมแต่ละหลังจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเป็นพุทธ มุสลิม และจีน ภูมิทัศน์รอบวัดเป็นบรรยากาศริมน้ำ ซึ่งสามารถเป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว  จึงถือเป็นวัดที่มีความสำคัญอันทรงคุณค่าและเป็นศูนย์กลางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น  และเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ เนื่องจากเป็นโบราณสถานของวชาวไทยพุทธที่รัฐบาลไทยได้หยิบยกเป็นเหตุผลอ้างอิง ในการปกปันเขตแดนในปี 2441  ที่มีผลไม่ให้ดินแดนส่วนนี้ถูกผนวกเข้าในเขตของประเทศมาเลเซีย ทำให้ประเทศไทยไม่สูญเสียเอกราชไปเป็นอาณานิคมของอังกฤษ จึงได้สมญานามว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย”

วัดชลธาราสิงเห
แหล่งที่มา ➜ https://www.paiduaykan.com/travel